สำหรับเพื่อนๆที่ใช้งานโปรแกรม DaVinci Resolve เวอร์ชั่น Studio ช่วงนี้บางท่านเจอปัญหา License Lock เกิดขึ้น ซึ่งจะเกิดกับผู้ใช้ที่ใช้เวอร์ชั่น Studio ในแบบ Activation Key เท่านั้น ก่อนที่จะไปทราบถึงสาเหตุและวิธีแก้ไข ป้องกัน มาทำความรู้จัก License แต่ละชนิดกันก่อนครับ

ชนิดของ License
1. Activation Key
License แบบนี้สามารถซื้อได้กับทาง Reseller ในประเทศไทย จะได้มาเป็น Booklet ขนาดเล็ก ด้านในมี SD Card ที่มีคู่มือให้เปิดดู และจะมีการ์ดเหมือน ATM อยู่ใบนึง ด้านหลังจะมี Activation Key ที่เราต้องนำไปใส่ตอนเปิดโปรแกรมขึ้นมา โปรแกรมจะมีช่องให้เรากรอก และที่สำคัญคือห้ามเผย ภาพถ่ายด้านที่เป็น Key เด็ดขาด เพราะถ้ามีคนเห็นเลขทั้งหมดก็สามารถ เข้าใช้งาน Key นี้ได้เลย และสำหรับผู้ใช้ที่ซื้อกล้อง Blackmagic Design ใน Cinema Line ที่มีความละเอียด 4K ขึ้นไป และ DaVinci Resolve Mini Panel และ DaVinci Resolve Speed Editor ก็จะได้ DaVinci Resolve Studio เป็นของแถมมาด้วย ทั้งสองแบบนี้สามารถ Activate กับคอมพิวเตอร์ได้สองเครื่อง สามารถใช้พร้อมกันได้

2. Dongle License (USB)
สามารถซื้อกับทาง Reseller ได้เช่นกัน โดยแจ้งว่าต้องการแบบ Dongle เพราะถ้าซื้อจากแหล่งอื่นทางออนไลน์ ที่ไม่ได้ซื้อโดยตรงจาก Reseller เสี่ยงจะเป็น Dongle ปลอม ซึ่งจุดที่สังเกตุมีอยู่หลายจุด ประการแรกคือ ราคาที่ถูกมาก หลักประมาณสองพันบาทถึงสามพันบาท มีอยู่ช่วงนึงที่ระบาดหนัก มีมิจนำมาขายทั้งทาง Amazon, Lazada มีคนหลงซื้อมาใช้ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งถ้าดูโดยไม่มีของแท้เทียบให้เห็น จะสังเกตุได้ยากมาก และเมื่อนำมาลองใช้ก็ใช้ได้จริงเสียด้วย แต่พอเราไปอัพเดทโปรแแกรมเมื่อไหร่มันจะใช้งานไม่ได้เลย จะย้อนกลับก็ไม่ได้แล้ว เท่ากับว่า เสียเงินไปฟรีๆเลย
วิธีใช้งานตัว Dongle ก็ง่ายมาก เพียงหาช่อง USB A บนคอมแล้วเสียบตัว Dongle ไว้แล้วก็เปิดโปรแกรม DaVinci Resolve Studio ขึ้นมาเลย ตัวโปรแกรมจะเช็คว่ามี Dongle เสียบอยู่ก็จะเปิดได้เลยไม่ต้องใส่เลข Activation แต่อย่างใด เมื่ออยากนำไปใช้กับเครื่องอื่นก็เพียงแค่ย้ายไปเสียบกับเครื่องที่ต้องการ แต่มีข้อดีก็มีข้อเสีย
เมื่อมันมีขนาดไม่ใหญ่มาก การลืมเสียบไว้กับเครื่องอื่นที่ไม่ใช่เครื่องเราก็อาจเกิดขึ้นได้ หรือถอดแล้วไปลืมเก็บไว้ที่ไหน ก็คือหาย หรือถอดออกมาใส่กระเป๋ากางเกง เอาไปปั่นในเครื่องซักผ้าก็จบ ถ้าเป็นแบบนี้ก็ต้องซื้อใหม่สถานเดียว และเนื่องจากมันเป็น Hardware ที่มีไฟวิ่งเข้าไป มันก็อาจจะเสียหายจากระบบไฟได้เช่นกัน
อีกข้อที่เป็นข้อสังเกตุตือมันต้องการพอร์ต USB A ทำให้เราต้องเปลืองช่องเสียบ เพราะในเครื่องรุ่นใหม่ๆมักจะให้ช่อง USB A มาน้อยมากเพราะปรับไปเป็น USB C กันหมด หรือในเครื่อง Macbook รุ่นใหม่ๆก็จะไม่มีช่องเสียบ USB A เลย
โดยราคาขายของทั้งสองชนิดจะมีราคาที่เท่ากันคือ 13,550 บาท (ราคาเดือน ธ.ค. 2024)
ชมคลิปอธิบายความแตกต่างของ License ทั้งสองชนิดได้ที่นี่
Digital OZ Youtube “ความแตกต่าง ระหว่าง Dongle และ Activation Key”
สาเหตุ
มาดูที่สาเหตุที่เกิด License Lock เกิดขึ้น มันจะเกิดจากการที่เราทำการ Activated ซ้ำๆกันบ่อยครั้งเกินไป จน ขึ้นหน้าต่าง “Maximum automatic deactivations per week exceeded”. ทำให้ต้องรอถึงหนึ่งสัปดาห์ถึงจะคลายล็อค สงสัยมั้ยครับว่า ทำไมเราต้อง Activated บ่อยๆขนาดนั้น
ในสาเหตุที่หลายคนสันนิษฐานกันว่ามันจะเกิดจากการที่ตัวโปรแกรมเช็ค IP Address หรือไม่ ก็ต้องขอตอบว่า ไม่ใช่แต่อย่างใด เพราะมันจะดูแค่ Mac Address เท่านั้น แต่ปัญหาเองก็เกิดจาก MacOS เองที่ตั้ง Mac Address ให้เปลี่ยนแบบ Rotating เป็นค่า Default ใน OS ที่มีปัญหา พอเราไปใช้งาน Wi-Fi ข้างนอก MAC Address มันเปลี่ยนค่า ทำให้เราต้องใส่ Key ใหม่ทุกครั้ง พอใส่ใหม่บ่อยๆเข้าก็โดนล็อคครับ ให้ลองเช็คที่ Wi-Fi address ว่าของเราเป็นแบบ Rotating หรือแบบ Fixed ลองเปลี่ยนมาเป็นแบบ Fixed ดูก่อนครับ และลองอัพเดททั้ง Mac OS และ DaVinci Resolve ให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดด้วยครับ เพราะปัญหาเหล่านี้ถูกแก้ไขแล้วในการอัพเดท OS ล่าสุด

วิธีป้องกันและแก้ไข
วิธีป้องกัน
• เก็บ Activation Code ไว้ในที่ปลอดภัย อย่าส่งเลขนี้ให้ใครยืมไปใช้ เพราะจะเกิดปัญหาในภายหลัง
• ถึงแม้ใช้คนเดียว แต่ตอนป้อน Key ให้เช็ครหัสให้ดีเพราะมันมีทั้งตัวอักษรและตัวเลขสลับกัน อาจจะพิมพ์ผิด เพราะถ้าใส่ผิดหลายๆครั้งอาจจะโดนล็อคได้
• ถ้าต้องมีการย้ายเครื่องทำงาน แนะนำให้ Deactivated ทุกครั้ง โดยไปที่ เมนู Help แล้วไป Deactivate License ก่อน อย่าใช้วิธี Activate เครื่องที่สาม บังคับให้มันไปเตะเครื่องก่อนหน้าออกเอง เพราะถ้าทำบ่อยๆ ติดๆ กัน จะเกิดการ Lock

อีกสาเหตุน่าจะเกิดจากการแชร์ Key ใช้กับเพื่อน และเพื่อนใช้หลายเครื่องแล้วไม่ได้กด Deactivated ใช้วิธีใส่ Key ใหม่ทุกครั้ง ก็จะส่งผลถึงเราที่ไม่ได้ทำอะไรเลยก็โดนล็อคไปด้วย ซึ่งจริงๆ การที่บอกว่าสามารถใช้ได้สองเครื่อง จะเป็นการใช้โดย User คนเดียวที่ลง DaVinci Resolve Studio ไว้สองเครื่องแล้วใช้งานสลับกันไปโดยที่ไม่ต้อง Deactivated ก็จะไม่เกิดปัญหานี้

สำหรับท่านที่ยังไม่เกิดเหตุ แนะนำให้ Update Mac OS เป็นเวอร์ชั่นล่าสุด เพราะช่วงที่เป็นปัญหากันเยอะๆจะเกิดกับ Mac OS 15 Sequoia ที่เป็น Beta และทาง Blackmagic Design ก็ได้ออก Update เพื่อแก้ไขตั้งแต่ 19.0.1 แล้ว แนะนำให้ Update DaVinci Resolve เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดด้วย ปัญหาน่าจะไม่เกิดครับ

วิธีแก้ไข
สำหรับท่านที่ถูก Lock ไปแล้ว ยังไม่มีวิธีไหนที่ดีไปกว่ารอไปหนึ่งสัปดาห์ จนกว่าจะปลดล็อค แล้วค่อยทำการ Update ทุกอย่างที่กล่าวมาข้างต้น
เพื่อนๆท่านใดที่เจอปัญหานี้ และมีวิธีแก้ไขอย่างไรบ้างมาแชร์ มาคอมเมนท์กันได้นะครับ

ใส่ความเห็น