การวัดแสงจากส่วนสว่าง (Highlight Measurement)

การวัดแสงจาก Highlightพิจารณาวัตถุที่จะถ่ายการถ่ายภาพวัตถุที่มีความใส เช่น แก้ว, ขวด มีจุดสำคัญอยู่ที่ต้องจัดแสงเพื่อแสดงให้เห็นถึงลวดลาย เส้นสายของเครื่องแก้วที่มีการสลัก และเห็นถึงของเหลวที่อยู่ข้างในของขวดและแก้วอย่างสดใส สวยงาม แนวทางการจัดแสงจึงมีการจัดเฉพาะเพื่อเน้นสิ่งที่เราต้องการ การจัดแสงเนื่องด้วยวัตถุไม่สามารถแปล่งแสงได้เอง หรือไม่สามารถดูดซึมแสงและปล่อยออกมา เป็นเพียงแค่ส่องผ่านไปเท่านั้น  การจัดแสงจึงมีหลักว่าให้มีแหล่งกำเนิดแสงอยู่ด้านหลังแล้วส่องผ่านวัตถุเข้ามาหากล้อง การหาจุดวัดแสงให้มองเข้าไปที่วัตถุ แล้วหาส่วนที่มีความสว่างมากที่สุด (Highlight) แล้วใช้เครื่องวัดแสงแบบ Spot  meter วัดในจุดนั้นได้ค่าเท่าไรให้ชดเชยไปทางบวกเพิ่มอีก 2.5 Stop แล้วใช้ค่านั้นในการถ่าย อาจจะถ่ายคร่อมทั้ง Over และUnder รูปละครึ่ง Stop

Light Metering 1

เราเริ่มเรียนรู้บทเรียนแรกของการวัดแสง จากการถ่ายวัตถุที่มีค่าเทากลาง ถ่ายวัตถุที่มีรูปทรงเรขาคณิตที่เป็นรูปทรงหลักๆ ของสิ่งของในชีวิตประจำวันที่จะได้พบเจอ การจัดแสง เริ่มการจัดไฟให้รูปทรงเกิดมิติมากที่สุดโดยใช้ไฟแฟลชในการถ่าย 1 ตัว ใช้อุปกรณ์ติดด้านหน้าไฟเพียงแค่โคมขนาดเล็ก (reflector) ส่องไปยังแบบโดยให้นักศึกษาหาระยะทางระหว่างไฟกับแบบที่เหมาะสมรวมถึงความสูงของหัวไฟด้วยโดยให้พิจารณาจากไฟนำ (modeling lamp) ที่ส่องไปที่แบบ ให้สังเกตุ 3 ส่วนของโทนในภาพเป็นหลักคือ         ส่วนที่สว่างที่สุด (highlight)         ส่วนที่มีน้ำหนักเทากลาง (mid tone)         ส่วนที่เป็นเงาหรือส่วนที่มืดที่สุด (shadow) การวัดแสง เพื่อให้ง่ายและเรียนรู้ที่ถูกต้องในการวัดแสงให้ใช้เครื่องวัดแสงแบบวัดแสงสะท้อน (reflected metering) ส่องไปยังจุดที่ได้พิจารณามาแล้วทั้ง 3 ส่วนแล้วลองวัดแสงจดค่าที่ได้เก็บไว้ ให้ขยับไฟจนกว่าจะได้ค่าความต่างของ H, M, S ที่ประมาณ 1-11/2 stop เช่น H = f 11 M = f 8 S = 5.6 ค่าที่จะนำมาใช้ตั้งที่กล้องเพื่อถ่ายจะเป็นค่าที่ midtone คือ f 8... Continue Reading →

เครื่องวัดแสงแบบสะท้อน (Reflect Light Meter)

 1. ปุ่มเปิด-ปิด ควรปิดเพื่อประหยัดถ่านเมื่อไม่ใช้ 2. ปุ่ม Shadow key กดวัดแสงในส่วนเงาแล้วกดปุ่มนี้จะได้ค่า f ที่ควรจะถ่าย 3. Averaging key วัดแสงในส่วนสว่างและส่วนมือแล้วกดปุ่มนี้จะเป็นการเฉลี่ยค่าแสง 4. Highlight key กดวัดแสงในส่วนสว่างแล้วกดปุ่มนี้จะได้ค่า f ที่ควรจะถ่าย 5. Data panel ส่วนแสดงข้อมูล 6. Measuring button ในการวัดแสงในโหมดแสงต่อเนื่อง เราสามารกดปุ่มนี้ค้างไว้แล้วส่องไปตามจุดที่ต้องการโดยไม่ต้องปล่อย ส่วนในโหมดวัดแสงแฟลชจะทำงาน1 ครั้งต่อการกดเท่านั้น 7. M-CLR(memory clear) key กดเพื่อล้างข้อมูลเก่าที่ถูกบันทึกค้างไว้ (ควรกดก่อนใช้งาน) 8. FNo./EV key กดเพื่อสลับผลการวัดแบบ รูรับแสงกับค่า EV 9. ISO/TIME key กดเพื่อแสดงค่าความไวแสงฟิล์ม ตั้งได้ตั้งแต่ ISO 12 ถึง 6400 หรือ ตั้งค่าความเร็วชัตเตอร์ตั้งแต่... Continue Reading →

เครื่องวัดแสงแบบตกกระทบ (Incident Light Meter)

1. หัวรับแสง (Receptor head) สามารถหมุนได้ 270 องศา ถอดเปลี่ยนเป็นแบบ Flat Diffuser 2. ปุ่มปิด-เปิด (Power button) 3. ปุ่มเลือก (S/A/H (shadow / average / highlight) button) 4. ปุ่มความจำ (MEMORY button) เก็บค่าวัดแสงปัจจุบัน และสามารถบันทึกไว้ได้ 10 ครั้ง 5. แผงหน้าปัด (Data panel) 6. ปุ่มตั้งความไวแสง (ISO button) ใช้ร่วมกับปุ่มเลื่อนขึ้นลง (ปุ่ม 10) 7. ปุ่มเลือกการแสดงผล เลือกระหว่าง EV และ FNo 8. ปุ่มเลือกรูปแบบการวัดแสง (วัดแสง ambient, flash แบบใช้สาย, flash... Continue Reading →

สนับสนุนโดย WordPress.com.

Up ↑